ทำไมหลายประเทศเริ่มติดตั้งโซลาร์บน “น้ำ” แทนพื้นดิน?
เมื่อพื้นที่มีการแข่งขันเรื่องราคากันสูงขึ้น ทั้งการก่อสร้างที่อยู่อาศัย การทำเกษตรกรรม การพัฒนาโรงงานอุตสาหกรรม รวมถึงจำนวนประชากรที่เพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง ทำให้หลายประเทศเริ่มมองหาทางเลือกใหม่ในการติดตั้งระบบผลิตไฟฟ้าจากพลังงานแสงอาทิตย์ หนึ่งในแนวทางที่ได้รับความสนใจคือ การติดตั้งโซลาร์เซลล์บนผิวน้ำ เช่น ทะเลสาบ เขื่อน อ่างเก็บน้ำ หรือแม้แต่ทะเล ซึ่งช่วยลดการใช้พื้นที่บนบก และสามารถนำพื้นที่ดินไปใช้ประโยชน์ด้านอื่นได้อย่างมีประสิทธิภาพมากขึ้น
ในเดือนมีนาคมที่ผ่านมา ประเทศไทย ได้มีการเสนอและพัฒนาโครงการโรงไฟฟ้าพลังงานแสงอาทิตย์แบบไฮบริดขนาด 45 เมกะวัตต์ ที่บริเวณ “เขื่อนสิรินธร” ในภาคตะวันออกเฉียงเหนือ ซึ่งถือเป็นหนึ่งในโครงการติดตั้งโซลาร์ลอยน้ำที่มีขนาดใหญ่ระดับโลก โดยแผนการลงทุนในอนาคตครอบคลุมประมาณ 16 โครงการ ในเขื่อน 9 แห่งทั่วประเทศ ทำให้เห็นถึงทิศทางการพัฒนาพลังงานสะอาดของไทยที่กำลังเติบโตอย่างต่อเนื่อง
ขณะเดียวกันประเทศสิงคโปร์ ก็กำลังพัฒนาระบบโซลาร์ลอยน้ำขนาดใหญ่ที่บริเวณช่องแคบยะโฮร์ ตอนเหนือของสิงคโปร์ โครงการนี้ต้องอาศัยเทคโนโลยีและวิศวกรรมที่มีความแข็งแรงเป็นพิเศษ เนื่องจากต้องติดตั้งในพื้นที่ที่มีลักษณะใกล้เคียงทะเลเปิด ต้องทนต่อสภาพแวดล้อมทาง รวมถึงสิ่งมีชีวิตอย่างเพรียงทะเลที่สามารถเกาะและเติบโตบนโครงสร้างได้ นอกจากนี้ยังต้องพิจารณาตำแหน่งการติดตั้งที่ไม่รบกวนเส้นทางการเดินเรือด้วย
ข้อดีของ Solar Floating ที่เหนือกว่าการติดตั้งโซลาร์บนพื้นดิน
แม้ว่าความท้าทายด้านวิศวกรรมและต้นทุนการติดตั้งที่สูงกว่าโซลาร์บนพื้นดิน แต่ระบบโซลาร์ฟาร์มแบบลอยน้ำกลับมีข้อได้เปรียบด้านประสิทธิภาพ โดยสามารถผลิตพลังงานได้มากขึ้นประมาณ 16% เนื่องจากน้ำช่วยลดความร้อนของแผง ทำให้ลดการสูญเสียพลังงานจากอุณหภูมิที่สูงเกินไป และยังช่วยยืดอายุการใช้งานของอุปกรณ์ ข้อมูลจาก สถาบันวิจัยพลังงานแสงอาทิตย์แห่งสิงคโปร์ (SERIS) ยังระบุว่า เทคโนโลยีโซลาร์ลอยน้ำกำลังเติบโตอย่างรวดเร็ว ควบคู่ไปกับโซลาร์ฟาร์มบนพื้นดินและโซลาร์รูฟท็อป
โดยเฉพาะในภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ ซึ่งมีข้อจำกัดด้านพื้นที่ดินและมีเขื่อนจำนวนมาก ทำให้เหมาะต่อการพัฒนาโครงการโซลาร์ลอยน้ำในอนาคต เทคโนโลยีนี้จึงถูกมองว่าเป็นอีกหนึ่งทางเลือกสำคัญของพลังงานสะอาด ที่จะช่วยตอบโจทย์ทั้งด้านพลังงาน เศรษฐกิจ และการใช้ทรัพยากรพื้นที่อย่างยั่งยืน
CR: weforum https://wef.ch/2Gt8k9g