พลังงานทดแทนกับเป้าหมายลดคาร์บอนของจีน
พลังงานทดแทนกำลังเป็นทางเลือกสำคัญที่ทั่วโลกให้ความสนใจ โดยเฉพาะในประเทศจีน ที่มีเป้าหมายชัดเจนในการลดการปล่อยก๊าซคาร์บอน ภายในปี 2030 ให้ได้ประมาณ 60–65% เมื่อเทียบกับระดับปี 2005 เพื่อแก้ปัญหาภาวะโลกร้อนและมลพิษทางอากาศ ตั้งแต่ปี 2016 จีนลงทุนด้านพลังงานทดแทนรวมกว่า 11 ล้านล้านบาท และส่งผลให้เกิดการจ้างงานมากถึง 13 ล้านตำแหน่ง ในอุตสาหกรรมพลังงานสะอาด ถือเป็นหนึ่งในประเทศผู้นำด้านการพัฒนาเทคโนโลยีพลังงานหมุนเวียนของโลก
หนึ่งในโครงการที่เป็น “แลนด์มาร์ค” สำคัญของความสำเร็จนี้คือ โครงการโซลาร์ฟาร์มลอยน้ำ (Solar Floating) ในมณฑลอันฮุย (Anhui) ซึ่งไม่ใช่การติดตั้งแผงโซลาร์ธรรมดา แต่เป็นการเปลี่ยนวิกฤตให้เป็นโอกาสโดยการใช้พื้นที่ทะเลสาบที่เกิดจากการยุบตัวของเหมืองถ่านหินเก่ามาทำประโยชน์
ทำไมต้อง "ลอยน้ำ"? ประโยชน์ที่เหนือกว่าการติดตั้งบนบก
เทคโนโลยี Solar Floating กำลังได้รับความนิยมสูงขึ้นเรื่อย ๆ เนื่องจากตอบโจทย์ข้อจำกัดของเมืองใหญ่และสภาพแวดล้อมได้ดีกว่าการติดตั้งบนพื้นดิน (Solar Farm) หรือบนหลังคา (Solar Rooftop) ในหลายมิติ:
ความสำเร็จของโครงการในอันฮุยแสดงให้เห็นว่า พลังงานแสงอาทิตย์ ไม่ได้เป็นเพียงพลังงานทางเลือกอีกต่อไป แต่กำลังจะกลายเป็น “พลังงานหลัก” ที่ขับเคลื่อนเศรษฐกิจโลก การลงทุน 11 ล้านล้านบาทของจีนพิสูจน์ให้เห็นว่า การรักษาสิ่งแวดล้อมสามารถเดินไปพร้อมกับการสร้างการเติบโตทางเศรษฐกิจ (Green Economy) ได้อย่างยั่งยืน
ประหยัดทรัพยากรที่ดิน: จีนเป็นประเทศที่มีประชากรหนาแน่น การนำแผงโซลาร์ไปไว้บนน้ำช่วยให้เหลือพื้นที่บนบกไว้สำหรับเกษตรกรรมหรือการอยู่อาศัย
ประสิทธิภาพการผลิตไฟฟ้าสูงขึ้น: น้ำมีคุณสมบัติช่วยระบายความร้อนให้กับแผงโซลาร์เซลล์ตามธรรมชาติ เมื่อแผงไม่ร้อนจัด จะสามารถทำงานได้เต็มประสิทธิภาพมากกว่าแผงที่ติดตั้งบนบกที่ต้องเผชิญกับความร้อนสะสม
ลดการระเหยของน้ำ: แผงโซลาร์ที่ปกคลุมผิวน้ำช่วยลดการระเหยของน้ำในอ่างเก็บน้ำ ซึ่งเป็นผลดีต่อการจัดการน้ำในระยะยาว
ลดมลพิษอย่างเป็นรูปธรรม: โครงการนี้ช่วยลดการพึ่งพาโรงไฟฟ้าถ่านหิน ส่งผลให้ปริมาณก๊าซซัลเฟอร์ไดออกไซด์ และก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์ที่ถูกปล่อยสู่ชั้นบรรยากาศลดลงอย่างมหาศาล
“เพราะพลังงานสะอาด ไม่ได้ช่วยแค่โลก แต่ช่วยสร้างโอกาสใหม่ ๆ ให้กับมวลมนุษยชาติ”